จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันเสาร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2557


         เราคือนักรบแรงงานที่เคยขาดโอกาสทางการศึกษา

เมื่อเรามาทำงาน เราถึงรู้ว่ามันมีความสำคัญต่ออาชีพการทำงานและความก้าวหน้า การพัฒนาด้านความรู้ เพิ่มทักษะในการทำงาน และกำหนดอนาคต เราจึงใช้เวลาในวันอาทิตย์มาศึกษาต่อ ขอขอบคุณสำหรับการให้โอกาสนี้กับพวกเรา การศึกษาทั้งของภาครัฐ เอกชน
     เรียน ปวช/ปวส สาขาบริหารธุรกิจ ช่างเทคนิคอุตสาหกรรม
          แบบพบกลุ่มและเทียบโอนความรู้และประสบการณ์
     สามารถเรียนจบได้ภายใน 12-18 เดือน เรียนเฉพาะวันอาทิตย์
             สอบถาม: 085-6782055/ 087-9196009 / 085-2567207


                            
 เรียนคอมพิวเตอร์


                           

 เรียนการจัดการทั่วไป 

 

 

เรียนคอมพิวเตอร์ 
 
 
 เรียนการตลาด
 
 
เรียนช่างเทคนิคอุตสาหกรรมทำ PROJECT  
 
                 เคร่งเครียดกับการคำนวณสอบเก็บคะแนน        
 
                            เรียนภาษาอังกฤษ    
สอบ 
                            สอบวิชา 2 ใน 3

                         
                        เรียนคอมพิวเตอร์เบื้องต้น
 
สอบให้ทันเวลาที่กำหนด
 
                                เรียนทฤษฎี
 
ทำงานโครงงาน

รวมกลุ่มแลกจับของขวัญ
                              
 
 
รวมกลุ่มเราจบแล้ว
 
แล้ววันสำคัญก็มาถึง เราจบแล้ว 
 
  ทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย กับความสำเร็จที่ได้รับ ก็คุ้มค่ากับการรอคอย
 
 
ขอขอบคุณที่การศึกษาในระบบเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ ที่ทำให้เราได้มีโอกาสก้าวไปข้างหน้าได้อย่างภูมิใจ ได้ทั้งความรู้ ประสบการณ์ชีวิต
ได้พบเพื่อนแลกเปลี่ยนแนวความคิด ทำให้ชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น



 
 
 
 
 
 
 
              
การศึกษาแบบพบกลุ่ม/เทียบโอนความรู้และประสบการณ์ เพื่อเรียนสายวิชาชีพ บริหารธุรกิจและช่างเทคนิคเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะยกระดับจากฝ่ายปฏิบัติการใช้แรงงาน มาเป็นระดับฝีมือ เพื่อก้าวต่อไปสู่ระดับหัวหน้างาน เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงศึกษาที่ต้องการให้มีการเรียนในระดับอุดมศึกษามหาวิทยาลัย 49 เปอร์เซ็นต์ และอาชีวศึกษา 51 เปอร์เซ็นต์ คนที่ใช้แรงงานเหล่านี้มีมากมายในหลายๆ บริษัทที่เขาไม่มีโอกาสได้เรียนเพราะเวลาเป็นตัวกำหนด และสถานที่เรียนอยู่ไกลเกินกำลังที่เขาจะขนขวายไปเรียนในรอบพิเศษตอนเย็น วันเสาร์/อาทิตย์ เพราะต้องทำงาน ทำให้เขาขาดโอกาสไป การศึกษาทางเลือกในปัจจุบันมีหลายทางเลือกที่จะเรียน เรียนทางไกลผ่านอินเทอร์เน็ตก็มี เรียนกับมหาวิทยาลัยเปิดก็มี เรียนเฉพาะวันอาทิตย์ในระบบพบกลุ่ม /เทียบโอนความรู้และประสบการณ์ก็มี เรียนตามอัธยาศัยก็มี ทางเลือกที่คนเหล่านี้พร้อมที่จะเลือกเดินทางเข้าสู่การศึกษาในรูปแบบต่างๆ คือ เรียนรู้จริง ได้ความรู้ ใกล้ที่พัก ลดระยะเวลาในการเดินทาง ค่าเรียนถูก สามารถจ่ายเป็นรายเดือนได้สิ่งเหล่านี้ที่เราทุกคนจะต้องช่วยกันพัฒนาคนเหล่านี้ให้ได้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษา


 
 
 










 



 

วันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2556



 

 งานสัมนาวิชาการและทรรศนศึกษาดูงาน

 
                 

อบรมสัมนาวิชาการ

นั่งฟังคำบรรยาย
นั่งสัมนาทีไรง่วงนอน ต้องออกมาแก้ง่วงร่วมกันหน่อยหนึ่ง
 
 

ไปศึกษาดูงานต่างแดน แล้วเก็บเกี่ยวประสบการณ์ มาทำแฟ๊มส์สะสมงาน
 
                           อิงตามประเพณีประเทศเพื่อนบ้าน ขอแปลงกายหน่อย
 
สนุกสนานกันยามเช้า
 
 
สาวช่างเทคนิคอุตสาหกรรม
 
รวมหมู่ไทเฮาชาวนักศึกษาเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ 
 
รวมกลุ่มเรา ปวช.คอมพิวเตอร์
 

เรากลุ่ม ปวส. คอมพิวเตอร์ 1

รวมกลุ่มเราชาวเทคนิคอุตสาหกรรม
 
 


 
สาวคอมพิวเตอร์กลุ่ม 2
 
หนูอยู่ ปวช. คอมพิวเตอร์ น๊ะค่ะ
 
พระธาตุหลวง นครเวียงจันทร์ 
 
อยากรู้ไม๊ว่าหนูชื่ออะไร สาขาไหน ตามมาถามเอง อิๆๆๆ
 
ก่อนลงจอด ขอซักภาพ ค้า....
 
ขอร้องคาราโอเกะ ค่ะ
 
มาดื่มกาแฟกันเน๊าะ อร่อยๆๆ
 
มาทานข้าวกันค่ะ
 
ไปศึกษาดูงาน นำมาเป็นประสบการณ์ นำมาพัฒนาทักษะด้านความคิด
 เป็นไกด์ไลน์ในการนำไปทำงานในวันข้างหน้า
 
ร่วมกันถ่ายภาพเป็นที่ระลึก
 
 
ณ. สถานที่วัดเจ้าแม่ศรีเมือง
 
ฟ้อนสวยดูนักศึกษาลาวนาฏศิลป์ มาฟ้อนรำให้ดู
 
พระนอนไสยาสน์
 

    การศึกษาแบบพบกลุ่ม เทียบโอนความรู้และประสบการณ์ นำมาเป็นหน่วยกิตลดรายวิชาเรียน
  ในสาขา  ที่สมัครเรียน ปวช/ปวส เรียนเฉาะวันอาทิตย์ สามารถเรียนจบได้ภายใน 1.5-2 ปี

                 คอมพิวเตอร์/การจัดการทั่วไป/ช่างไฟฟ้ากำลัง/ช่างเทคนิคอุตสาหกรรม
                          สนใจสมัครเรียน : 085-2567207 ,087-9196009
















 

 

 

วันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ช่างเทคนิคอุตสาหกรรมมาเรียนวิชาวัสดุช่างและโลหะวิทยา
 
การถลุงเหล็กจากเตาสูง ( blast furnace )
 
ต้องนำเอาเอาสินแร่เหล็ก + ถ่านโค๊ก + หินปูน+ อากาศ
ใส่ลงไปทางปากเตาแล้วเผาเป่าลมร้อนในการเพิ่มอุณหภูมิเข้าไปในเตา ในแต่ละชั้น จะมีอุณหภูมิ ความร้อนไม่เหมือนกัน ความร้อนที่หลอมละลายในอุณหภูมิที่สูงที่สุดอยู่กลางปล่องเตา ทำให้เหล็กหลอมละลายเป็นน้ำเหล็กไหลออกมาทางท่อ เหล็กที่ได้ออกมาเป็นเหล็กหล่อ และเหล็กเหนียว ที่ผลิตออกมาแล้วเทลงในแบบ จะได้เป็นแท่งเหล็กสี่เหลี่ยม ( ingot ) หลังจากนั้นค่อยนำเอาเหล็กที่ได้ นำไปถลุงต่อตามเตาต่างๆ สำหรับปรับปรุงคุณภาพของเหล็กให้ดีขึ้น เพื่อที่จะผลิตเหล็กออกมาได้ตามสเป๊คที่ต้องการจะนำไปใช้งาน                                                                           
 
 
เตาถลุงเหล็ก ( Blast Furnace )
 
 
 
 
 
เตาคิวโปลา ( CUPOLA )
 
 
 การถลุงเหล็กจากเตา ( Bessemer Furnace )
 
การผลิตจากเตาไฟฟ้า ( Arc Furnace )
 
ศึกษารายละเอียดได้จากเว็ปไซด์ทางด้านวิชาการมหาวิทยาลัยราชมงคลธัญญบุรี
 

เตาที่ใช้ในการผลิตเหล็กกล้ามีอยู่ด้วยกัน  2 แบบ คือ1. ผนังเตาแบบกรด (Acid Lining)ผนังเตาแบบกรดนี้ จะใช้วัสดุพวกซิลิกา (SiO2) มาทำผนังเตา ข้อจำกัดของการใช้ผนังเตาแบบ

กรด คือ ผนังเตาจะไม่ทำปฏิกิริยาทางเคมีกับธาตุฟอสฟอรัส ดังนั้นการผลิตเหล็กกล้าโดยใช้ผนังเตาแบบกรดจึงควรใช้กับเหล็กดิบที่มีปริมาณธาตุฟอสฟอรัสผสมอยู่ในเนื้อเหล็กน้อย

2. ผนังเตาแบบต่าง (Basic Lining)

ผนังเตาแบบด่างนี้ จะใช้วัสดุพวกแมกนีไซต์ (MgCo3) มาทำผนังเตา เพราะสามารถทำปฏิกิริยาทางเคมีกับซิลิคอน แมงกานีส กำมะถันและฟอสฟอรัส ที่ผสมอยู่ในเนื้อเหล็กให้กลายเป็นสแลก

การผลิตเหล็กกล้า สามารถแบ่งได้ 2 ลักษณะ คือ

1. การลดปริมาณธาตุคาร์บอน (Reduce Carbon) การนำเหล็กดิบที่ถลุงได้จากเตาสูงซึ่งมีสภาพ

เป็นของเหลวมาลดปริมาณธาตุคาร์บอนที่มีผสมอยู่ในเนื้อให้มีปริมาณน้อยที่สุดหรือให้หมดไป โดยการใช้ผนังเตาให้เหมาะสมและใช้ออกซิเจนทำปฏิกิริยา ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี เช่น

1.1 การผลิตเหล็กกล้าแบบเบสเซเมอร์(Bessemer Process)

การผลิตเหล็กกล้าแบบนี้ประดิษฐ์และตั้งขึ้นได้ โดย Henry Bessemer ในปี ค.ศ.1856 โครงสร้างของเตาจะตั้งอยู่บนแกนซึ่งสามารถเอียงลงและตั้งขึ้นได้ ตัวเตาด้านนอกเป็นเหล็กภายในบุด้วยอิฐทนไฟ จะมีท่อที่ใช้เป่าลมอยู่ที่ก้นเตา การผลิตเหล็กกล้าทำได้โดยการนำน้ำเหล็กดิบ หลอมละลายที่ได้จากการถลุงสินแร่เหล็กในเตาสูง เทลงไปในเตา ธาตุต่าง ๆ ที่มีอยู่ในน้ำเหล็กดิบ เช่น คาร์บอน ซิลิคอน แมงกานีส กำมะถัน ฟอสฟอรัส จะทำปฏิกิริยากับผนังเตา กลายเป็นขี้ตะกรัน (Slag)แต่จะยังไม่หมดจึงต้องเป่าลมเข้าไปในทางก้นเตา ก๊าซออกซิเจน (O)ที่มีอยู่ในอากาศจะเข้าไปทำปฏิกิริยากับธาตุคาร์บอนกลายเป็นก๊าซคาร์บอนมานอกไซด์ (CO)ในขณะทำปฏิกิริยานี้ จะสังเกตได้ว่าจะมีเปลวไฟเกิดขึ้นและพุ่งออกมาจากทางปากตา การ

ทำปฏิกิริยานี้ใช้เวลาประมาณจากทางปากตา การทำปฏิกิริยานี้ใช้เวลาประมาณ10 - 15 นาที น้ำเหล็กที่อยู่ภายในเตาจะมีอุณหภูมิประมาณ1,600 องศาเซลเซียส น้ำเหล็กจะมีปริมาณคาร์บอนเหลืออยู่น้อยมาก หรือไม่มีอยู่เลย ถ้าเราต้องการจะผลิตเหล็กกล้าชนิดไหนเราก็จะทำการเติมธาตุหรือโลหะต่าง ๆ ผสมเข้าไปเพื่อทำให้เหล็กกล้านั้นมีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะนำไปใช้งานตามความต้องการต่อไป



1.2 การผลิตเหล็กกล้าแบบโทมัส (Thomas Process)

การผลิตเหล็กกล้าแบบโทมัส พัฒนาขึ้นจากนักโลหะวิทยา ชื่อ Thomas เมื่อประมาณ ค.ศ.1950 เตาจะตั้งอยู่บนแกน ซึ่งสามารถเอียงลงและตั้งขั้นได้ ตัวเตาทำจากเหล็กภายในบุด้วยอิฐทนไฟ แมกนีไซต์ (MgCO3) นำน้ำเหล็กดิบหลอมเหลวที่ได้จากการถลุงสินแร่เหล็กในเตาสูง เทลงในเตา ธาตุต่าง ๆ ที่มีในเหล็กหลอมเหลว เช่น คาร์บอน ซิลิคอน แมงกานีส ฟอสฟอรัส กำมะถัน บางส่วนจะทำปฏิกิริยากับผนังเตากลายเป็นขี้ตะกรัน (Slag)แต่ยังไม่หมด เราจะเป่าอากาศเข้าไป เพื่อให้ออกซิเจนทำปฏิกิริยากับธาตุ ต่างๆ ในน้ำเหล็ก โดยเราจะเป่าอากาศเข้าไปในทางด้านบนของเตา ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 10-20 นาที เหล็กดิบที่นำมาผลิตเหล็กกล้าแบบโทมัส โดยทั่วมักจะมีธาตุฟอสฟอรัส (P)มาก



1.3 การผลิตเหล็กกล้าแบบ แอล ดี (L D Process)

การผลิตเหล็กกล้าแบบ L D พัฒนาขึ้นโดย Line และ Donauwitz แห่งประเทศออสเตรียโดยมีหลักการคล้ายกับการทำเหล็กกล้าแบบเบสเซเมอร์ แต่ใช้ออกซิเจนบริสุทธิ์เป่าเข้าไปทำปฏิกิริยากับธาตุต่าง ๆ ในน้ำเหล็กแทนการใช้อากาศธรรมดา เพราะว่าในอากาศธรรมดามีก๊าซไนโตรเจนอยู่ด้วย ถ้าเราเป่าอากาศธรรมดาเข้าไปเสียเวลา และเสียค่าใช้จ่ายโดยเปล่าประโยชน์

1. การนำเหล็กกล้ามาหลอมใหม่ (Return Product)การนำเศษเหล็ก ชิ้นงานเครื่องจักรกลต่างๆ ที่ผลิตขึ้นจากเหล็กกล้าที่ชำรุดหรือหมดสภาพการใช้งานแล้วนำกลับมาหลอมละลายใหม่ ซึ่งการผลิตเหล็กกล้าด้วยวิธีการนี้สามารถทำได้หลายวิธีการ เช่น

2.1 การผลิตเหล็กกล้าแบบโอเพนฮาร์ท (Openheart Procer)

การผลิตเหล็กแบบโอเพนฮาร์ท หรือเรียกว่าการผลิตเหล็กแบบเตากระทะพัฒนาขึ้นโดยซีเมนต์ (Siemens)และมาร์ติน (Martin)ประมาณ ค.ศ. 1860 เตาจะมีลักษณะเหมือนกระทะ เหนือขอบเตาจะมีท่อแก๊สเชื้อเพลิงและท่ออากาศร้อนทั้ง 2 ข้าง ข้าง ละ 2 ท่อ เชื้อเพลิงที่ให้ความร้อนในการหลอมละลายคือ Producer Gas เมื่อเริ่มบรรจุวัตถุดิบเข้าตาแล้ว เตาจะทำงานทีละข้าง Producer Gas เป็นก๊าซที่ได้จากการกลั่นทำลายถ่านหิน และอากาศร้อนจะพ่นออกไปรวมกันบริเวณเหนือวัตถุดิบในเตร ทำให้เกิดการเผาไหม้ขึ้น ความร้อนจะแพร่ไปในเตาเหนือวัตถุดิบ ความร้อนเหล่านี้จะผ่านออกจากเตาไปทางอีกข้างหนึ่งเข้าไปในห้องเผาอากาศ ซึ่งเป็นอิฐที่เรียงสลับกันไว้ อิฐจะดูดเอาความร้อนนั้นไว้ การทำงานจะดำเนินไปเรื่อย ๆ ห้องเผาอากาศจะค่อย ๆ มีอุณหภูมิสูงขึ้นประมาณ 1,000 องศาเซลเซียส จากนั้นก็จะสลับข้างกันเช่นนี้เรื่อย ๆ ไปใช้เวลาประมาณ 4-6 ชั่วโมง วัตถุดิบที่อยู่ภายในเตาจะหลอมละลายเหล็ก เมื่อหลอมละลายเจ้าหน้าที่จะต้องนำมาวิเคราะห์จนระดับของคาร์บอนในเนื้อเหล็กเท่ากับเหล็กกล้าแต่ละชนิด

2.2 การผลิตเหล็กกล้าด้วยเตาไฟฟ้า (Electrical Furnace Process)การผลิตเหล็กกล้าแบบนี้จะใช้เศษเหล็กกล้าที่ได้จากเครื่องจักร เครื่องกลต่าง ๆ ที่หมดสภาพการใช้งานแล้วนำมาบรรจุในเตา จากนั้นจะให้ความร้อนแก่เศษเหล็กกล้าจากประกายไฟฟ้า (Electric Arc) ซึ่งกระโดดจากแท่งคาร์บอน (electrodes)ไปยังเศษเหล็กซึ่งจะค่อย ๆ มีความร้อนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนหลอมละลายเป็นน้ำ โลหะหินปูน (Limestone) จะรวมตัวกับสิ่งที่เจือปนต่าง ๆ ในน้ำเหล็ก เป็นขี้ตะกรัน ลอยอยุ่ข้างบนน้ำโลหะ เตาไฟฟ้าให้ความร้อนได้รวดเร็ว ทำให้ผลิตเหล็กกล้าได้เร็วกว่าการผลิตด้วยวิธีอื่น ๆ และให้อุณหภูมิสูงกว่าเตาชนิดอื่น สามารถใช้หลอมเหล็กกล้าผสมที่มีจุดหลอมเหลวสูง ๆ เช่น เหล็กกล้าผสมทังสเตน เหล็กกล้าผสมโมลิบดีนัม หรือเหล็กเหนียวหล่อ (Cast Steel) ได้ดี

2.3 การผลิตเหล็กกล้าแบบสุญญากาศ (Vacuum Furnace)การผลิตเหล็กกล้าด้วยเตาสุญญากาศ มีลักษณะการทำงานคล้ายกับการผลิตเหล็กกล้าด้วยเตาไฟฟ้า เพียงแต่เตาชนิดนี้จะปิดเตามิดชิด และในขณะทำการหลอมเหลวโลหะจะปั๊มอากาศที่อยู่ในเตาออก ภายในเตาจะมีลักษณะเป็นสุญญากาศ เหล็กจากขบวนการนี้จะไม่มีโอกาสสัมผัสกับออกซิเจน ไนโตรเจน ในอากาศเลย ทำให้เหล็กที่ได้มีโครงสร้างเม็ดเกรนละเอียดมาก การผลิตเหล็กกล้าแบบนี้เหมาะสำหรับใช้ผลิตเหล็กกล้าที่ต้องการคุณภาพสูง หรือผลิตโลหะบางชนิดที่ในขณะหลอมเหลวถ้าทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ จะทำให้เกิดความเสียหายขึ้นได้ เหล็กกล้าที่ผลิตได้จากกรรมวิธีนี้นำไปสร้างชิ้นส่วน อุปกรณ์ที่ต้องรับแรงอัดสูง ๆ หรือชิ้นงานที่ต้องใช้เหล็กที่มีความพิเศษมาก ๆ เช่น โครงสร้างเครื่องยนต์แก๊สเทอร์ไบ